เปิดตัวเศรษฐีใหม่อีกทีม เมื่อทาง กลุ่มทุนจากทาง ซาอุดิอารเบีย เข้าเทคโอเวอร์สโมสร นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้กลายเป็นทีมฟุตบอลที่รวยที่สุดในโลกแซงหน้าทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้ว

ถือเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายๆปีของทางแฟนบอล นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่าทาง พรีเมียร์ลีก ได้ออกมายืนยันแล้วว่าเวลานี้กลุ่มทุนจากทาง ซาอุดีอารเบีย ได้ทำการเทคโอเวอร์สโมสรมาจากทาง ไมค์ แอชลี่ย์ เจ้าของเดิมเรียบน้อยแล้ว ทำให้ทีมได้กลายเป็นสโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยมูลค่าของการเทคโอเวอร์ครั้งนี้อยู่ที่ 300 ล้านปอนด์

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

ในตอนแรกนั้นทางกลุ่มทุนจาก ซาอุ มีข่าวมานานแล้วว่าจะเข้ามาซื้อกิจการต่อทางทาง ไมค์ แอชลี่ย์ แต่ว่ามีปัญหากับทาง บีอิน สปอร์ต ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก ใน กาตาร์ เพราะว่าดันไปแฮ็คสัญาณถ่านทอดสดเอามาถ่ายทอดในประเทศ ซาอุดิอารเบีย แบบผิดกฎหมาย จนทำให้ไม่สามารถเทคโอเวอร์ได้

จนกระทั่งทั้งสองนั้นตกลงและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ทาง พรีเมียร์ลีก เลยอนุญาตให้เจรจาเข้ามาซื้อสโมสรได้ ซึ่งทำให้ตอนนี้ทาง นิวคาสเซิ่ล กลายเป็นสโมสรมหาเศรษฐีทีมใหม่ไปทันที คาดการณ์กันว่าทางเจ้าของทีมนั้นอาจจะไม่ได้ลงมาบริหารด้วยตัวเอง แต่น่าจะเลือกเอาฝ่ายบริหารใหม่ๆเข้ามาสู่ทีม

เว็บเดิมพัน fun88 asia1 เตรียมปรับราคากุนซือตัวเต็งโดนปลดอีกคนแล้ว หลัง สตีฟ บรู๊ซ จ่อโดนเด้ง

เจ้าของใหม่ สาลิกา รวยกว่าเจ้าของ แมนซิตี้ 10 เท่า

หลายคนอาจจะสงสัยว่าเจ้าของใหม่ของทาง นิวคาสเซิ่ล รวยแค่ไหน เอาง่ายๆครับ รวยกว่าเจ้าของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 10 เท่า เท่ากับว่าเราจะได้เห็นบรรดาสตาร์ดังหลายๆคนเดินเข้าสู่ทีมแน่นอน

โดยที่เจ้าของใหม่อย่างกลุ่มทุน ซาอุดิอารเบีย หรือที่เรารู้ๆกันว่าเป็นทางราชวงศ์ซาอุนั้น มีทรัพย์สินที่ราว สามแสนสองหม่นล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็อยู่ที่ราว 14ล้านล้านบาท โดยกลุ่มทุนนี้ใช้เงินเทคโอเวอร์ นิวคาสเซิ่ล อยู่ที่ 308 ล้านปอนด์ ทำให้ ไมค์ แอชลี่ย์ ทำกำไรจากการขายสโมสรไปราวร้อยล้านปอนด์เลยทีเดียว

พรีเมียร์ลีก , นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ เซนต์ เจมส์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด สามารถตกลงการเทคโอเวอร์สโมสรได้แล้วในวันนี้จากกลุ่มทุน พีไอเอฟ ( ซาอุดิ อาระเบีย พับบลิค อินเวสต์เมนต์ ฟันด์) โดยกลุ่มทุนที่ร่วมกันนี้เคยมีข่าวมาว่าติดต่อขอเทคโอเวอร์สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 3,500 ล้านปอนด์ มาแล้ว แต่ว่าทางตระกูล เกลเซอร์ มองว่ามันยังไม่ใช่ตัวเลขที่น่าพอใจ เลยไม่ได้ติดสินใจขายสโมสรออกไปให้

สุดท้ายแล้วทางกลุ่มทุนนี้ก็สมหวังในการซื้อสโมสรฟุตบอลในศึก พรีเมียร์ลีก จนได้ โดยที่มองแล้วว่าต่อไปนี้ นิวคาสเซิ่ล จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสโมสรที่เป็นตัวเต็งในการคว้าแชมป์ได้แน่นอน แต่อาจจะต้องใช้เวลาซัก 2-3 ปี นับจากนี้ไป เรียกว่าฟุตบอลอังกฤษจะมีอัตราความดุเดือดมากขึ้นแน่